Articles ในภาษาอังกฤษเป็นคำสั้น ๆ แต่ให้ข้อมูลสำคัญ "a", "an" และ "the" ช่วยบอกว่าคำนามนั้นกล่าวถึงสิ่งทั่วไปหรือสิ่งเฉพาะ เป็นข้อมูลใหม่หรือสิ่งที่รู้กันแล้ว ภาษาอังกฤษยังใช้ zero article ซึ่งหมายถึงการไม่ใส่ article หน้าคำนาม
วิธีเรียนที่ดีที่สุดคือเข้าใจเหตุผลของการเลือกแต่ละครั้ง คู่มือนี้อธิบายกฎด้วยตัวอย่าง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีฝึก หากยังไม่แน่ใจเรื่องคำนามนับได้และนับไม่ได้ ให้อ่านคู่มือคำนามภาษาอังกฤษก่อน
Articles ในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Article คือ determiner ที่วางหน้าคำนาม มี 2 ประเภทหลัก:
- Indefinite articles คือ "a" และ "an"
- Definite article คือ "the"
อีกทางเลือกหนึ่งคือ zero article ไม่ใช่คำที่เขียนออกมา แต่หมายถึงคำนามที่ไม่มี "a", "an" หรือ "the"
เปรียบเทียบประโยคต่อไปนี้:
- "I saw a dog." ผู้ฟังยังไม่รู้ว่าเป็นสุนัขตัวไหน
- "The dog followed me." ตอนนี้ผู้ฟังรู้แล้วว่าเป็นตัวไหน
- "Dogs need exercise." กล่าวถึงสุนัขโดยทั่วไป
คำนามเหมือนเดิม แต่ article เปลี่ยนความหมาย การเข้าใจความเชื่อมโยงนี้มีประโยชน์กว่าการท่องกฎแยกกัน
เมื่อใดควรใช้ "A" และ "An"
ใช้ "a" หรือ "an" หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ที่ยังไม่เฉพาะเจาะจงหรือกล่าวถึงเป็นครั้งแรก
- "I need a pen."
- "She bought a notebook."
- "We met an international student."
- "He asked an interesting question."
เลือกจากเสียง ไม่ใช่เพียงตัวอักษร ใช้ "a" หน้าเสียงพยัญชนะ:
- "a book"
- "a student"
- "a university"
- "a one-hour lesson"
ใช้ "an" หน้าเสียงสระ:
- "an apple"
- "an umbrella"
- "an hour"
- "an ESL class"
"University" เริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ "you" จึงใช้ "a university" ตัว "h" ใน "hour" ไม่ออกเสียง จึงใช้ "an hour" ชื่อของตัวอักษร "E" ใน "ESL" เริ่มด้วยเสียงสระ จึงใช้ "an ESL class."
ใช้เพื่อจัดประเภทคนหรือสิ่งของได้ด้วย:
- "CWC is an English language school."
- "She is a teacher."
- "Los Angeles is a large city."
อย่าใช้กับคำนามพหูพจน์ ให้พูดว่า "a student" หรือ "students," ไม่ใช่ "a students."
เมื่อใดควรใช้ "The"
ใช้ "the" เมื่อผู้ฟังระบุได้ว่าหมายถึงคำนามใด อาจเคยกล่าวถึงแล้ว ชัดเจนจากสถานการณ์ หรือมีสิ่งที่เกี่ยวข้องเพียงหนึ่งเดียว
การกล่าวถึงครั้งที่สอง
- "I borrowed a book. The book was about California."
- "A student asked a question. The question started a useful discussion."
สถานการณ์ที่เข้าใจร่วมกัน
- "Please close the door."
- "The teacher wrote the answer on the board."
คนในห้องรู้ว่าหมายถึงประตูหรือกระดานใด
มีวลีหรืออนุประโยคระบุ
- "The class on the second floor starts at 9:00."
- "The article that you sent me was helpful."
ข้อมูลเพิ่มเติมระบุชั้นเรียนหรือบทความที่เจาะจง
สิ่งที่มีหนึ่งเดียวและขั้นสูงสุด
- "the sun"
- "the internet"
- "the best answer"
- "the most useful example"
ชื่อภูมิศาสตร์บางชื่อก็ใช้ "the" เช่น "the United States,", "the Pacific Ocean," และ "the Hollywood Hills." ชื่อเมืองและประเทศเดี่ยวส่วนใหญ่ไม่ใช้ จึงพูดว่า "Los Angeles,", "California," และ "Japan."
เมื่อใดควรใช้ Zero Article

ใช้ zero article กับคำนามนับได้พหูพจน์เมื่อกล่าวถึงทั้งประเภท:
- "Students need regular practice."
- "Books can introduce new vocabulary."
- "Teachers plan lessons."
ใช้กับคำนามนับไม่ได้ในความหมายทั่วไป:
- "Information is useful."
- "Grammar takes practice."
- "Water is essential."
- "English opens new opportunities."
ชื่อบุคคล เมือง ถนน ภาษา วิชา มื้ออาหาร กีฬา และวันส่วนใหญ่ก็ไม่ใช้ article:
- "Mina lives in Los Angeles."
- "She studies English on Monday."
- "We ate breakfast before class."
- "They play soccer after school."
บริบททำให้คำนามทั่วไปกลายเป็นคำนามเฉพาะได้ "Breakfast is ready" กล่าวถึงมื้ออาหารตามปกติ ส่วน "The breakfast at that café was excellent." ระบุอาหารเช้ามื้อหนึ่งโดยเฉพาะ
คำนามนับได้และนับไม่ได้
คำนามนับได้มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์ รูปเอกพจน์มักต้องมี article หรือ determiner อื่น:
- "a lesson"
- "the lesson"
- "my lesson"
- "this lesson"
คำนามนับไม่ได้ถูกมองเป็นมวลหรือแนวคิด และปกติไม่ใช้ "a" หรือ "an":
- ผิด: "She gave me an advice."
- ถูก: "She gave me advice."
- ถูก: "She gave me a piece of advice."
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ "information,", "homework,", "furniture,", "luggage,", "money," และ "research."
บางคำเป็นได้ทั้งสองแบบตามความหมาย "Coffee" นับไม่ได้เมื่อหมายถึงเครื่องดื่มทั่วไป: "I drink coffee." แต่เมื่อหมายถึงจำนวนแก้วจะนับได้: "We ordered 2 coffees." "Experience" หมายถึงความรู้ทั่วไปใน "She has teaching experience," และเหตุการณ์หนึ่งใน "The trip was an unforgettable experience."
คู่มือคำสรรพนามภาษาอังกฤษช่วยให้เห็นว่า determiners และ pronouns ระบุหรือแทนคำนามอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ใช้ "the" กับประเภททั่วไป
- ผิด: "The students need feedback." ฟังเหมือนนักเรียนกลุ่มเฉพาะ
- ถูก: "Students need feedback." หมายถึงนักเรียนทั่วไป
ปล่อยคำนามนับได้เอกพจน์ไว้ลำพัง
- ผิด: "I bought book."
- ถูก: "I bought a book."
- ถูก: "I bought the book."
ใช้ "a" หรือ "an" กับคำนามนับไม่ได้
- ผิด: "I need an information."
- ถูก: "I need information."
- ถูก: "I need a piece of information."
เลือกจากตัวอักษรแทนเสียง
- ผิด: "an university"
- ถูก: "a university"
- ผิด: "a hour"
- ถูก: "an hour"
ใส่ article กับชื่อเฉพาะส่วนใหญ่
- ผิด: "She moved to the California."
- ถูก: "She moved to California."
เมื่อแก้ไข ให้บอกเหตุผลสั้น ๆ เช่น เอกพจน์นับได้ กล่าวถึงครั้งแรก อ้างถึงสิ่งเฉพาะ หรือความหมายทั่วไป วิธีนี้ช่วยนำกฎไปใช้กับประโยคใหม่
ขั้นตอนตัดสินใจ 4 ข้อ
- เป็นชื่อเฉพาะหรือไม่? ส่วนใหญ่ใช้ zero article แต่ชื่อภูมิศาสตร์บางชื่อใช้ "the"
- นับได้หรือไม่? คำนามนับได้เอกพจน์ต้องมี determiner พหูพจน์ทั่วไปหรือคำนามนับไม่ได้มักใช้ zero article
- ผู้ฟังระบุได้หรือไม่? ถ้าได้ ใช้ "the"
- เป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่เฉพาะเจาะจงหรือไม่? ถ้าใช่ ใช้ "a" หรือ "an"
ใน "I need ___ dictionary." คำว่า "Dictionary" เป็นคำนามนับได้เอกพจน์และยังไม่ระบุ คำตอบคือ "I need a dictionary."
ใน "Where is ___ dictionary I lent you?" ส่วน "I lent you" ช่วยระบุพจนานุกรม คำตอบคือ "Where is the dictionary I lent you?"
หลังทำแบบฝึกหัด ลองแบบทดสอบไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพื่อฝึกหัวข้ออื่น
CWC เชื่อมไวยากรณ์กับการสื่อสารอย่างไร
การรู้กฎไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ทันทีขณะพูด ผู้เรียนต้องฝึกเลือกอย่างรวดเร็วในประโยคที่มีความหมาย
ที่ Columbia West College (CWC) โปรแกรม English Speaking Success (ESS) เชื่อมชั้น Grammar, Speaking และ Reading & Writing แนวคิดที่เรียนใน Grammar สามารถฝึกพูดและเสริมด้วยการเขียนในวันเดียวกัน ESS ยังมีชั้น Speaking วันละ 80 นาที ให้การฝึกพูดมากกว่าชั้น Listening & Speaking ทั่วไป 6 เท่า โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนจากการวิเคราะห์เป็นการใช้อัตโนมัติ
{{lp-cta}}
แบบฝึกหัด
เลือก "a,", "an,", "the," หรือ zero article
- "I saw ___ interesting exhibit in Los Angeles."
- "___ exhibit had several colorful portraits."
- "Students often use ___ dictionaries while learning."
- "She asked for ___ information about the class."
- "He is ___ honest person."
- "We study ___ English every morning."
คำตอบ:
- "an" เพราะ "interesting" เริ่มด้วยเสียงสระและเป็นการกล่าวถึงนิทรรศการครั้งแรก
- "the" เพราะกล่าวถึงนิทรรศการแล้ว
- zero article เพราะ "dictionaries" หมายถึงทั้งประเภท
- zero article เพราะ "information" นับไม่ได้
- "an" เพราะ "h" ใน "honest" ไม่ออกเสียง
- zero article เพราะชื่อภาษาปกติไม่ใช้ article
สร้างตัวอย่างจากชีวิตตนเองอีก 3 ประโยค: หนึ่งประโยคใช้ "a" หรือ "an.", หนึ่งประโยคใช้ "the.", และหนึ่งประโยคใช้ zero article จากนั้นอ่านออกเสียง

คำถามที่พบบ่อย
Articles ในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง?
คือ "a,", "an," และ "the." ภาษาอังกฤษยังใช้ zero article ซึ่งไม่มี article หน้าคำนาม
"A" กับ "An" ต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่เป็น indefinite articles ใช้ "a," หน้าเสียงพยัญชนะ และ "an" หน้าเสียงสระ เสียงแรกสำคัญกว่าตัวอักษรแรก
เมื่อใดควรใช้ "The"?
ใช้เมื่อผู้ฟังระบุคำนามได้จากการกล่าวถึงก่อนหน้า สถานการณ์ ข้อมูลเพิ่มเติม หรือความเป็นสิ่งเดียว
คำนามพหูพจน์ใช้ "The" ได้หรือไม่?
ได้ กลุ่มเฉพาะใช้ "The students in Room 3 are presenting today." ส่วนประเภททั่วไปใช้ "Students need practice."
จะพัฒนาการใช้ articles ได้อย่างไร?
สังเกต articles ขณะอ่าน อธิบายเหตุผลของแต่ละตัวเลือก และตรวจคำนามทุกคำในงานเขียน อ่านประโยคที่แก้แล้วออกเสียงเพื่อให้ใช้ได้คล่องขึ้น
เปลี่ยนไวยากรณ์ที่แม่นยำให้เป็นการสื่อสารจริง CWC ช่วยให้ผู้เรียนใช้กฎผ่านหลักสูตรที่เชื่อมโยงและการฝึกพูดอย่างต่อเนื่องใน Los Angeles อ่านคู่มือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ แล้วติดต่อ CWCเพื่อสอบถามโปรแกรมที่เหมาะกับเป้าหมาย

